วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

การคีย์หลังคลอดอย่างไรให้ได้ทั้ง21แฟ้มและ43แฟ้ม

หลายๆท่านกำลังงงๆและสับสนในชีวิตกับเจ้า4แฟ้มนี่นะครับคือ PP MCH  postnatal newborncare คีย์ยังงัยหละข้อมูลมันถึงจะออกได้ทุกแฟ้มที่เกี่ยวข้อง ก่อนอื่นเราต้องมาดูกันก่อนนะครับว่าสิ่งที่ทางสปสช.และสนย.เค๊ากำหนดไว้มีอะไรบ้าง
สปสช.ตอนนี้ตรวจแฟ้มPPกับMCH ด้วยกติกานี้
เยี่ยมหลังคลอดครั้งที่1 ระหว่างวันที่1-15 ห่างจากวันเด็กเกิด
เยี่ยมหลังคลอดครั้งที่2 ระหว่างวันที่ 16-42ห่างจากวันเด็กเกิด
เยี่ยมหลังคลอดครั้งที่3 43วันขึ้นไปจากวันที่เด็กเกิด
คราวนี้ถ้าต้องการข้อมูลที่แฟ้มpostnatalและnewborncare ต้องคีย์การเยี่ยมหลังคลอดตามนี้
เยี่ยมครั้งที่1 ระหว่างวันที่ 1-7 ห่างจากวันที่เด็กเกิด
เยี่ยมครั้งที่2 ระหว่างวันที่ 8-15ห่างจากวันที่เด็กเกิด
เยี่ยมครั้งที่3ระหว่างวันที่ 16-42ห่างจากวันที่เด็กเกิด
หลังจากเห็นกติกาทั้ง2สองฝ่ายแล้ว คราวนี้หละผู้ใช้งานjhcisเราก็เริ่มงงหละครับแล้วเราจะคีย์แบบใหนดีหละมันถึงจะได้ทั้งPP MCH(21แฟ้ม)และpostnatal กับ newborncare(43แฟ้ม)
ถ้าเราดูตัวเลขดีๆจะเห็นว่าถ้าคีย์เพื่อจะให้ได้43แฟ้ม 3ครั้ง เราก็จะได้21แฟ้ม ไป2ครั้ง(ซึ่งสปสช.เค๊าก็ตรวจตั้งแต่2ครั้ง) ดังนั้นไม่มีผลเสียใดๆ
ดังนั้นผมขออนุญาตสรุปว่าถ้าจะคีย์เยี่ยมหลังคลอดให้ได้ข้อมูลคุณภาพทั้ง21แฟ้มและ43แฟ้มคือมีแฟ้มPP,MCH,postnatal,newborncare ควรจะต้องเยี่ยมหลังคลอดไปตามแนวทางนี้ครับ

  • ครั้งที่ 1 คือ 1-7 วันนับถัดจากวันคลอด
    ครั้งที่ 2 คือ 8-15 วันนับถัดจากวันคลอด
    ครั้งที่ 3 คือ 16-42 วันนับถัดจากวันคลอด

    เพราะเราจะได้postnatalและnewborncareครบ3ครั้ง และเราก็จะได้PP และMCH ครบ2ครั้ง



วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

homevisit version 2.0.19

สืบเนื่องจากหลายๆท่านได้ถามเข้ามาว่า มีคู่มือโปรแกรมhomevisitมั๊ย เนื่องการโปรแกรมของทีมงานเราอยู่ในช่วงที่กำลังปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็เลยยังไม่ได้จัดทำคู่มือแบบเป็นทางการ วันนี้ผมก็เลยว่าจะมาเขียนให้ทุกๆท่านได้อ่านในวิธีการลงโปรแกรมhomevisitครับ 
โปรแกรมhomevisit สามารถลงได้ทั้งบนwindows xp ,windows7, windows8 ครับ แต่เจ้าwindows8นี่ต้องทำอะไรกะเค๊ามากหน่อย 
ขั้นตอนที่1 คุณต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาก่อนครับที่ 203.157.168.8/homevisit โหลดมาทุกpathเลยนะครับ หลังจากโหลดมาแล้วก็สร้างโฟล์เดอร์ขึ้นมานำไฟล์ทั้งหมดที่โหลดมาวางลงไป จากนั้นก็แตกไฟล์ออกจะได้โฟลเดอร์homevisit และเมื่อแตกไฟล์v2.0.19ออกมาก็จะได้ไฟล์ออกมาดังนี้
config.ini homevisit.exe HVDB.mdb sendback.exe structure.exe syncdata.exe และ zyncexe
หลังจากได้ไฟล์มาครบแล้ว คราวนี้เราก็มาจัดการกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่เราจะลงกัน
windows xp ให้ไปกำหนดshortdate format ให้เป็น dd/mm/yyyy และภาษาในเครื่องต้องเป็นภาษาไทย
windows 7และ windows 8 ให้ทำดังนี้
ไปที่ control panal เลือกaction center จากนั้นให้ไปคลิ๊กที่change user account control setting ที่สเกลให้เลื่อนลงที่ต่ำสุดติดnever notify จากนั้นให้ไปทำการกำหนดregion(สำหรับwin8) หรือregion and language(win7) เมื่อคลิ๊กเข้าไปที่formatให้เลือกเป็นthai(Thailand) shortdateให้เลือกเป็นdd/MM/yyyy
ที่แถบ location home location ต้องเป็นthailand และที่แถบadministrative ต้องเป็นthai(thailand)
หลังจากที่ปรับค่าต่างๆเสร็จแล้ว ผมแนะนำให้restart เครื่องครับ หลังบู๊ทเครื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้งคราวนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะลงโปรแกรมhomevisitกันแล้วครับ เออลืมไปอีกอย่างครับในกรณีที่เครื่องใหนลงมาเป็น64บิต ผมแนะนำให้ลง mysql-odbc 5.1.8สำหรับ64 บิตก่อนเลยนะครับ เนื่องจากโปรแกรมhomevisitเราเตรียมไว้แค่ mysql-odbc5.1.8 แบบ32บิตไว้ครับ คราวนี้เราก็กลับมาที่โฟล์เดอร์ homevisit ที่เราโหลดมาคลิ๊กเข้าไปข้างในหาตัวที่ชื่อว่า home.exe เมื่อคลิ๊กเข้าที่home.exeเข้าได้เมนูดังนี้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับนักสุขภาพครอบครัว homevisit version 2.0.16
1.install program
2.mysql odbc5.1
3.web service
จากนั้นก็ลงโปรแกรมตามนั้นเลยครับจาก1-3 ข้อแนะนำคือเมื่อคลิ๊กเข้าที่1 ถ้าเครื่องท่านเป็นแบบ64บิตแนะนำให้แก้path เป็น c:programe files\homevisit
เมื่อท่านลงครบทั้ง3ข้อแล้ว ต่อไปก็เป็นการเข้าสู่โปรแกรมhomevisitครั้งแรกโปรแกรมจะให้ท่านกำหนดสถานบริการ ด้วยการคลิ๊กเข้าสู่ระบบ โปรแกรมจะให้ท่านกรอก
รหัสหน่วยงาน  xxxxx ตัวอย่าง 04600
ชื่อหน่วยงาน  ก็กรอกตามจริงของหน่วยงานท่าน ตัวอย่าง รพ.สต.วังดารา อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
ชือนักสุขภาพครอบครัว  ไม่ต้องกรอก
ตำแหน่ง    ไม่ต้องกรอก
เมื่อกรอกครบหมดแล้ว ให้กดที่ปุ่มok ก็จะเข้าสู่หน้าหลักของโปรแกรมhomevisit
จากนั้นก็เป็นการนำเข้าข้อมูลจากjhcis ซึ่งก่อนจะถึงขั้นตอนนี้ ท่านควรจะนำเข้าข้อมูลของ นสค.เข้าไปในjhcisให้เรียบร้อย ตามหมู่บ้านที่รับผิดชอบเช่น ผมนายเจตพล เกษแก้ว รับผิดชอบหมู่ที่4 ตัวอย่างการเขียนคำสั่งsqlในการอัพเดทหมอประจำบ้านนะครับ ถ้าเกิดว่าเราเคยบันทึกหมอประจำบ้านไว้แล้วแล้วมีการเปลี่ยนแปลงผมแนะนำให้ลบทิ้งแล้วเริ่มใหม่นะครับด้วยคำสั่งนี้
update person
set privatedoc=' ' 
where mumoi<>'0';
ด้วยคำสั่งนี้ข้อมูลหมอประจำบ้านหรือนสค.ในเครื่องท่านก็จะถูกลบออกหมด จากนั้นก็มานำเข้าหมอประจำบ้านหรือนสค.กันครับ ด้วยคำสั่งนี้
ตัวอย่างผมรับผิดชอบหมู่4 ก็จะเขียนคำสั่งเข้าไปดังนี้
update person
set privatedoc='นายเจตพล  เกษแก้ว'#ตรงนี้ท่านก็เปลี่ยนเป็นชื่อหมอประจำบ้านหรือนสค.ของท่าน
where mumoi='4'# ที่หมู่บ้านท่านก็เปลี่ยนไปตามนสค.ที่เค๊ารับผิดชอบหมู่บ้านนั้นๆ
and mumoi<>'0';
ต่อไปเมื่อท่านจะนำเข้าข้อมูลจากjhcisมาที่homevisitให้ท่านคลิ๊กที่import ก็จะได้ตามภาพนี้
ประเภทฐานข้อมูล  ให้ท่านเลือกเป็นjhcis
ตั้งแต่  ท่านสามารถเลือกได้ตามใจท่านจะนำเข้ามากน้อยเท่าใด แล้วแต่ประวัติการเยี่ยมบ้านที่มีในjhcis
ถึง       เช่นกันตามใจที่ท่านจะเลือก
server        localhost
user           root
password  123456
database   jhcisdb
port          3333
จากนั้นก็นำเข้าโปรแกรมด้วยการคลิ๊กที่ นำเข้า  รอจนนำเข้าเรียบร้อย
ก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นขบวนการ การนำเข้าข้อมูลจากjhcisไปที่homevisit
ในตอนหน้า ผมจะมาแนะนำเรื่องการจัดทำgisด้วยโปรแกรมhomevisitครับ สำหรับตอนนี้คงขอจบแต่เพียงเท่านี้ ถ้าท่านยังติดขัดในการลงโปรแกรม เพื่อนสมาชิกเราได้ทำวีดีโอฝากไว้ที่youtubeแล้วนะครับ
ค้นว่า การติดตั้งโปรแกรมhomevisit 
http://www.youtube.com/watch?v=NkVsO4TXb2g&feature=youtu.be


วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

อย่าลืม 1 กรกฎาคม 2556 เปลี่ยนกติการการเยี่ยมหลังคลอดใหม่นะครับ


จากการที่กรมอนามัยได้เปลี่ยนเกณฑ์การเยี่ยมบ้าน อ้างอิงตามเอกสาร คู่มือการปฏิบัติงาน21แฟ้มปี2556 หน้า25 ให้ทำการเยี่ยมหลังคลอดตามห้วงเวลาดังนี้
ครั้งที่ 1 คือเยี่ยมหลังคลอดทั้งแม่และลูก ในสัปดาห์แรกอายุลูกไม่เกิน7 วันนับจากวันคลอด
ครั้งที่ 2 คือเยี่ยมหลังคลอดทั้งแม่และลูก ในสัปดาห์ที่2 ตั้งแต่ลูกอายุ 8 วันแต่ไม่เกิน15วัน นับจากวันคลอด
ครั้งที่ 3 คือเยี่ยมหลังคลอดทั้งแม่และลูก ตั้งแต่ลูกอายุ 16 วัน แต่ไม่เกิน 42 วันนับจากวันที่คลอด
            จากโจทย์ที่ถูกกำหนดมา พวกเราก็คงต้อง หาสูตรการเยี่ยมหลังคลอดทั้งแม่และลูกใหม่แล้วหละนะครับ ดังนั้นตั้งแต่"วันที่ 1 กรกฎาคม 2556" เป็นต้นไป เพื่อการจำง่ายและเพื่อให้กำหนดวันในการเยี่ยมหลังคลอดได้ถูกต้องแม่นยำผมแนะนำว่าลองใช้สูตรนี้ดูนะครับ 5-10-20 ก็คือ
เยี่ยมครั้งที่ 1 หลังจากวันที่คลอด 5 วัน
เยี่ยมครั้้งที่ 2 หลังจากวันที่คลอด 10 วัน
เยี่ยมครั้งที่ 3 หลังจากวันที่คลอด 20 วัน
ดังนั้นขอย้ำว่าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เป็นต้นไป ท่านต้องเปลี่ยนกติกาการเยี่ยมหลังคลอดใหม่นะครับ อย่าหลงกับกติกาเดิมของปี56 เดี๋ยวจะเสียทั้งข้อมูลและเงินนะครับ
สวัสดีครับ ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยสำหรับหลายๆท่านที่ได้ติดตามอ่านบล๊อคของผมมาโดยตลอดนะครับ พอดีช่วงนี้กำลังยุ่งๆกับการสอนให้ทุกรพ.สต.ในจังหวัดอุดรธานี ได้มารู้จักกับเจ้า43+7แฟ้ม อบรมกันยาวเลยครับ จบวันที่ 22 มีนาคม 2556 จากนั้นอาทิตย์ต่อมาก็เป็นประชุมวิชาการสาธารณสุขด้านไอที ที่โรงแรมเจริญโฮเต็ล ท่านใดที่ว่างๆก็เข้ามาดูนะครับ มีนวตกรรมไอทีด้านสาธารณสุขมากมายที่ส่งเข้าประกวดครับ
          พอเอ่ยถึงเจ้า43+7แฟ้ม ก็พอดีมีหลายๆท่านได้ถามเข้ามาว่า หลังจากลงเจ้าMC2 ไปแล้ว แล้วก็แปลงข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่ามีแฟ้มนึงยังงัยก็ผ่านเลย แล้วทำอย่างไรถึงจะผ่าน แฟ้มที่ว่านี้คือแฟ้มที่ชื่อว่า providerครับ จริงๆแล้วแฟ้มนี้ก็มาจากตารางuser ที่อยู่ในฐานข้อมูลJHCISของเรานั่นหละครับ การแก้ไขข้อมูลให้ผ่านในแฟ้มนี้ไม่ยากครับ ทำตามนี้นะครับ
1. เข้าjhcisด้วย adm แล้วไปที่ระบบโปรแกรมฐานข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
2. ไปที่เมนูผู้ใช้โปรแกรม(users)&แพทย์แผนไทย เมื่อท่านคลิ๊กเข้าไปก็จะเจอชื่อเจ้าหน้าที่
3. ให้เอาเม้าท์ไปคลิ๊กที่ชื่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็ให้ไปบันทึกข้อมูลที่ ข้อมูลเพิ่มเติมของ........
แล้วทำการกรอกข้อมูลดังนี้ให้ครบนะครับ
3.1 เพศ เป็นชาย หรือ หญิง
3.2 วันเกิด
3.3 วันแรกที่มาปฏิบัติงานที่สถานบริการนี้
หมายเหตุ 31-3.3 ต้องกรอกข้อมูลให้ครบ ห้ามเป็นค่าว่างเด็ดขาด ไม่งั้นก็จะerror ที่แฟ้มproviderเช่นเดิม
3.4 วันย้ายออกจากสถานบริการนี้ จะทำการบันทึกเมื่อมีเจ้าหน้าที่ย้ายออกไป
3.5 สถานที่ที่ย้ายมา
ครับเพี่ยงท่านกรอกข้อมูลเพียงเท่านี้ แฟ้มproviderของท่านก็จะไม่errorอีกต่อไป เนื่องจากแฟ้มนี้เป็นแฟ้มตั้งตั้นและเชื่อมโยงไปยังอีกหลายแฟ้ม ถ้าเราตัดerrorตั้งแต่ต้นทาง แฟ้มอื่นๆที่เชื่อมโยงไปถึงก็จะไม่errorครับ เหมือนคำพังเพยที่ว่า" ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมครับ " ยังงัยแล้วถ้ากิจกรรมเกี่ยวกับการประชุมของผมมันเริ่มลดน้อยลง สัญญาว่าจะนำปัญหาจากที่หลายๆท่านถามมา มาเขียนลงในบล๊อคให้อ่านนะครับ ขอขอบคุณหลายๆท่านที่ได้เฝ้าติดตามบล๊อคของผมมาโดยตลอด 

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การเยี่ยมบ้านต้องจ่ายยามั๊ย

การเยี่ยมบ้านไม่ว่ากรณีใดๆเช่น เยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือแม้แต่เยี่ยมบ้านประจำปี ทุกกรณีของการเยี่ยมบ้านล้วนเป็นงานส่งเสริมสุขภาพPP ดังนั้นถึงแม้ว่าในการที่ท่านไปเยี่ยมบ้านแล้วได้แจกยาบางตัวให้กับการเยี่ยมบ้านครั้งนั้นๆไป ก็ไม่ควรนำมาบันทึกการจ่ายยาในโปรแกรมJHCIS  และหัตถการในการเยี่ยมบ้านก็ไม่ต้องลงอะไรทั้งสิ้น
            กล่าวโดยสรุปคือ"การเยี่ยมบ้านทุกกรณี ไม่ควรมีการจ่ายยาและจ่ายหัตถการ"

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การลงสาเหตุการตาย


                 ข้อพึงสังเกตในการลงสาเหตุการตาย
1.ถึงแม้ว่าทราบแน่ชัดว่าโรคติดเชื้อหรือปรสิตบางชนิดเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งบางอย่างเช่น พยาธิใบไม้ในตับ เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในตับ แต่เวลาตายเราจะลงสาเหตุการตายเป็นโรคมะเร็ง ยกเว้น HIV ที่ทำให้เกิด kaposi’s  sarcoma แล้วตายกรณีนี้ให้สาเหตุการตายเป็นHIV
2. วัณโรคของระบบประสาทหรือวัณโรคอวัยวะอื่น ร่วมกับวัณโรคปอด ให้ลงสาเหตุการตายเป็นวัณโรคปอด ยกเว้นทราบแน่ชัดมาก่อนมาก่อนว่าเป็นวัณโรคปอด
3. ถ้าผู้ตายเกิดการติดเชื้อในกระแสโลหิต (septicemia) หลังการบาดเจ็บเล็กน้อย    เช่น แผลถลอก ฟกช้ำ ห้อเลือด แมลงไม่มีพิษกัด first degree burn ให้ลงสาเหตุการตายเป็น Septicemia  หรือไฟลามทุ่ง   ไม่ใช่สาเหตุของการบาดเจ็บเล็กน้อย    แต่ถ้าบาดเจ็บมากกว่านั้นให้ลงสาเหตุการบาดเจ็บเป็นสาเหตุการตาย
4.ไม่ลงสาเหตุการตายว่าจากการสูบบุหรี่  ถึงแม้ว่าน่าจะเป็นสาเหตุ เช่น มะเร็งปอด    และหลอดลม  โรคหัวใจขาดเลือด ถุงลมปอดโป่งพอง  หรือโรคปอดเรื้อรัง  เช่นเดียวกับไม่ลงสาเหตุการตายว่าดื่มสุรา   ในผู้ที่ตายจากตับแข็งเพราะสุรา
5. ไม่ลงอัมพาต เป็นสาเหตุการตายถ้าทราบสาเหตุของอัมพาต
6.ไม่ลงความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุการตาย ถ้ามีความผิดปกติบางอย่างด้วย
     - ควรลงเป็นโรคหัวใจจากความดันโลหิตสูง ถ้าหัวใจผิดปกติหรือมี   Heart failure
     - ควรลงเป็นโรคไตจากความดันโลหิตสูง  ถ้าไตผิดปกติ เช่น ไตวาย ไตหดเล็กลง
     - ควรลงเป็นโรคหัวใจและไต จากความดันโลหิตสูง ถ้าทั้งหัวใจและไตผิดปกติ
     - ควรลงเป็นโรคหัวใจขาดเลือดถ้ามี Ischeamic heart disease
     - ควรลงเป็นเส้นเลือดสมองแตกหรือตีบตัน ถ้ามี CVA
7.ลงสาเหตุการตายเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ถ้าพบ Ischeamic heart disease
ใน / ร่วมกับ โรคหัวใจจากความดันโลหิตสูง  โรคไตจากความดันโลหิตสูง
Essential hypertension  หรือหลายโรคพร้อมกัน
8.ไม่ลงสาเหตุการตายเป็น Atherosclerosis ซึ่งเป็นสาเหตุของหลายโรคแต่ลงชื่อโรคไปเลย  เช่น  ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ     CVA
9.ไม่ลงสาเหตุการตายเป็น  ไข้หวัด (Common clod) หรือทางเดินหายใจส่วนต้นอักเสบเฉียบพลันถึงแม้จะเป็นเหตุนำของหลายโรค แต่ลงชื่อโรคไปเลย  เช่น  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ  ฝีในสมอง  หูน้ำหนวก
10.ไม่ลงลักษณะของการบาดเจ็บหรือเป็นพิษที่เกิดจากสาเหตุภายนอกเป็นสาเหตุการตาย  แต่ให้ลงสาเหตุของการบาดเจ็บหรือเป็นพิษนั้น  เช่น  ลงสาเหตุตายเป็น ฆ่าตัวตายโดยกระโดดจากที่สูง  ไม่ลงว่าตายจากกะโหลกศรีษะแตกสมองฉีกขาด
11.ถ้ามีบาดแผลจากอะไรก็ตามแล้วเป็นบาดทะยักตาย ให้ลงสาเหตุตายเป็นบาดทะยัก
12. ถ้าเป็นลมชัก (Epilepsy) แล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงตายให้ลงสาเหตุตายเป็นโรคลมชัก
รูปแบบการตาย (MODE  OF  DEATH) ที่ห้ามเขียนคือ
1.คำที่แสดงว่า อวัยวะสำคัญหยุดทำงาน
2.เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตไม่นาน เช่น หัวใจล้มเหลว  หายใจล้มเหลว ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว สมองหยุดทำงาน  หัวใจหยุดเต้น







วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การคีย์เยี่ยมหลังคลอด

จากการทดสอบการส่งข้อมูลเข้าไปที่สสจ.แล้วพบว่าการเยี่ยมหลังคลอด โปรแกรมprovisจะไม่กรองการเยี่ยมหลังคลอดไว้ให้ครบ2ครั้งแล้วค่อยส่งไปสปสช. ดังนั้นเพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูลแฟ้มPP และMCH จึงจำเป็นต้องรอเวลาให้ครบกำหนดเยี่ยมครั้งที่2 แล้ว เราค่อยมาคีย์เยี่ยมหลังคลอด เพื่อให้เวลาส่งออก21แฟ้ม จะได้มีข้อมูลการเยี่ยมแม่และลูกครบ2ครั้ง แต่จากการบอกเล่าของอาจารย์สัมฤทธิ์ สุขทวี แจ้งว่าJHCIS เวอร์ชั่นหน้า jhcis จะทำการกรองเอง โดยจะส่งข้อมูลออกไปที่21แฟ้ม เมื่อมีผลการเยี่ยมหลังคลอดครบ2ครั้งครับ